เพลิงเสน่หา

ช่วงรัชกาลที่ 5 พระยาราชพฤกษ์ไมตรี (อาต้อย-วันชัย เผ่าวิบูลย์) มีบุตรสาวที่รักและหวงแหนดั่งดวงใจ คุณหญิงมณฑา (อาดาว-ดวงดาว จารุจินดา) ผู้เป็นเมีย ตั้งชื่อบุตรสาวแสนรักคนนี้ว่า เทียนหยดฟ้า หรือ คุณเทียน (นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี) คุณเทียนเติบโตมาด้วยความรักและความทะนุถนอมของพ่อแม่ คุณเทียนจึงเป็นหญิงสาวสวยที่มองโลกในแง่ดี แต่อีกนัยหนึ่งคืออ่อนต่อโลก

ขุนสัก (เคลลี่ ธนะพัฒน์) และขุนไพร (ไม้-นนทพันธ์ ใจกันทา) สองชายหนุ่มรูปงามต่างหลงรักคุณเทียน แต่ขุนไพรติดจะยโสโอหัง เพราะเป็นลูกชายของ พระยาสัตบรรณ และ คุณหญิงกุหลาบ ในขณะที่ขุนสักเป็นแค่เด็กกำพร้าอยู่วัด ความสุขภาพอ่อนน้อมเจียมเนื้อเจียมตนของขุนสัก ทำให้พระยาราชพฤกษ์ไมตรีและคุณเทียนเกิดความเมตตาสงสาร ยิ่งเมื่อขุนสักเทียวตามไล้ตามขื่อ คุณเทียนก็ใจอ่อน เผลอมีใจให้ขุนสักโดยที่คุณเทียนไม่รู้เลยว่า ขุนสัก มี ชบา (เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี) เป็นเมียอยู่แล้วที่ธนบุรี และมีบุตรสาวสองคนคือ พวงแสด (คุกกี้-ญดา สุวรรณปัฏนะ) และ พวงชมพู (เบลล่า-ไรวินทร์ รัศมีนิยมวุฒิ) มีเพียงคุณหญิงมณฑากับ คุณเฟื่อง (เจี๊ยบ-ชมพูนุช ปิยธรรมชัย) เพื่อให้นรุ่นพี่ของคุณเทียนที่ระแวงสงสัยในความไม่ชอบมาพากลของขุนสัก แต่ชอบใจในความกล้าหาญ พูดจาตรงไปตรงมาของขุนไพร ทั้งยังฐานะชาติตระกูลของขุนไพรทัดเทียมกับคุณเทียน

เมื่อขุนสักรู้ว่าขุนไพรคือคู่แข่ง ก็จ้าง กิ่ง (อาร์โน-พนา เบ็นซู) และพรรคพวกมาฉุดคุณเทียน และขุนสักก็รีบไปช่วย และขอคุณเทียนแต่งงาน แต่คุณหญิงมณฑาไม่พอใจ ยิ่งรู้จากขุนไพรว่า ขุนสักน่าจะเป็นคนคิดแผนการณ์

ในงานแต่ง ชบาหอบลูกทั้งสองมาชี้หน้าด่าประจานจนพระยาราชพฤกษ์ไมตรีหัวใจวายตาย ส่วนคุณหญิงมณฑาหมดสติล้มลงศีรษะกระแทกพื้น ต้องแปลงเป็นอัมพฤกษ์ คุณเทียนถูกประชาชนตราหน้าว่าแย่งสามีราษฎร คุณเทียนทั้งเจ็บทั้งอาย คุณหญิงมณฑาบังคับให้คุณเทียนไปลากคอขุนสักมาขอขมาศพท่านเจ้าคุณ คุณเทียนเดินทางไปตามขุนสักโดยมี โมก (โดนัท-งามพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์) ลูกของ มะลิ (ปู-นาตยา จันทร์รุ่ง) บ่าวในบ้านตามไปด้วย

เมื่อคุณเทียนไปหาขุนสักที่บ้าน ชบาก็ด่ากราดแถมขุนสักก็ไม่ได้ใยดีคุณเลย ทำให้คุณเทียนพบกับความอัปยศอดสูอีกรอบ ทั้งคู่ถูกรังควานจนหน้าตาเสียโฉม สองคนถูกไล่ออกจากบ้านขุนสักอย่างกับหมูกับหมา คุณเทียนตะโกนบอกขุนสัก จำเอาไว้สักวันบุตรสาวของขุนสักควรต้องได้รับความเจ็บปวดอับอาย และวงศ์ตระกูลของขุนสักจำเป็นจะต้องพังพินาศเหมือนกับคุณ ขุนไพรตามไปช่วยก็ถูกชบากับขุนสักหลอกให้ไปติดบ่วงแร้งดักสัตว์ ถูกหอกทิ่มแทงและถูกช้างเหยียบตาย

คุณเทียนซมซานพาโมกกลับบ้านอย่างคนที่หัวใจแตกสลาย หน้าตาจากคนสวยแปลงเป็นคนหน้าตาอัปลักษณ์ ซ้ำยังคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้คนดี ๆ อย่างขุนไพรต้องตาย จากรักเปลี่ยนเป็นแค้น คุณเทียนตั้งสัจจะปฏิญาณว่า ต่อไปจะไม่รักใครอีก โมกได้แต่เฝ้ามแงคุณเทียนด้วยความรักและสงสาร โมกบอกคุณเทียนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เขาจะไม่ปล่อยให้ใครเผ่านารังแกคุณเทียนเหมือนขุนสักอีก หลังจากวันนั้นคุณเทียนส่งโมกไปเรียนต่อที่สิงคโปร์ และบ้านเทียนหยดฟ้าก็ถูกปิดตัวลง

10 ปีผ่านไป บ้านเทียนหยดฟ้าถูกเปิดขึ้นมาใหม่อีกรอบ พร้อมการกลับมาของคุณเทียนและโมก ข่าวคุณเทียนกลับมาทำให้ขุนสักดีใจเพราะคิดว่าคุณเทียนยังรักในตัวเขา หากขุนสักกลับไปง้อขอโทษ คุณเทียนต้องให้อภัย การกลับมาของขุนสัก คุณเทียนรอรับด้วยความยินดี เพราะนั่นคือเวลาแห่งการแก้แค้นได้มาถึง แต่คุณเทียนจะมีการแก้แค้นด้วยวิธีใด แล้วบทสรุปวงศ์ตระกูลของขุนสักจะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามชมกันในละคร เพลิงเสน่หา ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 ละคร เพลิงเสน่หา เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 8 ตุลาคม 2562

นักฆ่า / ล่า / หัวใจเธอ

นักฆ่า / ล่า / หัวใจคุณ (IRIS)  ซีรีส์ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างล้นหลามกับเรตติ้งเปิดตัวสูงเป็นชั้น 1 รวมทั้งกระแสความแรงในต่างประเทศที่ถูกจับตามองว่าเป็นซีรีส์ที่มีคนเฝ้าติดตามมากที่สุดในปี 2552 นอกจากนั้นทีมงานยังเดินทางไปถ่ายทำในหลายประเทศ อาทิ จีน ฮังการี รัสเซีย ญี่ปุ่น เพื่อให้ให้แฟนคลับ ได้ชมกันอย่างจุใจ กับการรวมพลังครั้งสำคัญของดาราหนังระดับแม่เหล็กแถวหน้าของเกาหลี ที่แฟนซีรีส์ชาวไทยไม่ควรพลาดชม นำโดย อี บยองฮอน พระเอกชายหนุ่มมาดเข้ม กับหน้าที่ของ คิม ยอนจุน สายลับที่มีภารกิจเสี่ยงตาย เพื่อให้ชาติ และเพื่อให้ความรักอันยิ่งใหญ่ ร่วมด้วย จอง จุนโฮ กับหน้าที่ของ จิน ซาอู สุดยอดสายลับเพื่อให้นสนิทของ ยอนจุน ที่ต้องมาหักหลังและรังแกเพื่อให้นรักของตนเอง สมทบด้วยนางเอกสาวสุดสวย คิม แทฮี กับหน้าที่สายลับสาวสุดแกร่ง แช ซึงฮี ต้นเหตุความรักสามเส้าระหว่างเพื่อให้นรักทั้งสองคน นอกจากนั้นยังได้พบกับหน้าที่ครั้งใหม่ของนักร้องแร็ปเปอร์ชายหนุ่มชื่อดังแห่งวง BIGBANG T.O.P กับหน้าที่ วิค นักฆ่าที่มีภารกิจหลักในการกำจัด ยอนจุน ร่วมลุ้นไปกับการตามปัจจุบันระทึกที่พนันด้วยชีวิตและหัวใจ กับซีรีส์สุดฮิต IRIS นักฆ่า / ล่า / หัวใจคุณ (IRIS) ในหนังรอบเช้า ทุกวันพฤหัสบดี – วันศุกร์ เวลา 8.30 น. เริ่มตอนแรก วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2555 นี้ ทางช่อง 7 สี

เรื่องย่อ

คิม ยอนจุน และ จิน ซาอู เป็นเพื่อให้นรักกันมาก ทั้งคู่ได้พบกับสาวสวย แช ซึงฮี โดยที่ต่างข้างต่างไม่รู้ว่าแอบหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน กระทั่งวันหนึ่ง ยอนจุน และ ซาอู ถูกทดสอบให้เข้าทำงานในองค์กร NSS พวกเขาจึงมีโอกาสได้พบ ซึงฮี ซึ่งทำงานอยู่ตรงนั้น ซึงฮี แอบชอบ ยอนจุน อยู่เหมือนกัน ฉะนั้นทั้งคู่จึงพัฒนาความข้องเกี่ยวจนกลาย เป็นคนรักโดยที่ไม่มีใครรู้ นอกจาก ซาอู เพื่อให้นรักที่ต้องต้องเก็บซ่อนความรู้สึกที่เขามีต่อ ซึงฮี ไว้ 

ยอนจุน ได้ช่วยชีวิตประธานาธิบดีเกาหลีใต้จากเหตุลอบฆ่า ทำให้เขามีโอกาสเข้าพบประธานาธิบดี ณ ตรงนั้นทำให้เขาย้อนภาพความทรงจำในวัยเด็กที่ดูเหมือนกับว่าพ่อแม่ของเขาถูกฆ่าตาย แต่เขาก็ยังจำเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้ หลังจากเขากลับจากไปเที่ยวญี่ปุ่นกับ ซึงฮี เขาถูกส่ง ไปฮังการีเพื่อให้ช่วยงาน ซาอู และจากนั้นเขาก็ได้รับคำสั่งให้ดำเนินการเดี่ยวคือลอบฆ่าคนสำคัญของเกาหลีเหนือที่ คิม ซอนฮวา และ ปาร์ค ซอลยอง ดูแลความปลอดภัยอยู่ ยอนจุน ดำเนินการสำเร็จแต่เขาได้รับบาดเจ็บจึงขอให้ แบคซัน หัวหน้าของเขา ส่งคนมาช่วยแต่เขากลับส่ง ซาอู มาฆ่าแทน ทำให้เขาต้องหนีหัวซุกหัวซุน ขณะที่ทางเกาหลีใคร ๆ ก็คิดว่า ยอนจุน ตายแล้ว ยอนจุน เองก็เข้าใจว่า ซึงฮี ก็ถูกฆ่าเหมือนกัน เขาจึงหลบหนีจากฮังการีไปจนถึงญี่ปุ่นแล้วซ่อนตัวด้วยความแค้น 

ซอนฮวา ทำงานพลาดทำให้คุณติดคุกแต่คุณก็ถูกปล่อยออกมาแก้ตัวด้วยการตามฆ่า ยอนจุน ที่ญี่ปุ่น แต่คุณทำไม่สำเร็จ เขากลับช่วยเหลือคุณจนคุณรู้สึกซาบซึ้งจนค่อย ๆเปลี่ยนเป็น ความรักในที่สุด ซึงฮี ไม่เชื่อว่า ยอนจุน ตายคุณจึงออกจาก NSS แล้วตามหาเขา จนกระทั่งคุณรู้ว่า ซอนฮวา ถูกจับ คุณเคยเห็นผู้หญิงคนนี้จากข้อมูลของ ยอนจุน คุณจึงเชื่อว่า ซอนฮวา น่าจะนำคุณไปพบ ยอนจุน ได้ คุณจึงขอสืบสวน ซอนฮวา แล้วช่วยคุณหลบหนีไปเพื่อให้จะสะกดรอยตาม แต่ ซาอู รู้ว่า ยอนจุน อยู่ญี่ปุ่นและ ซึงฮี จะไปตามหาเขา เขาจึงสร้างข้อมูลเท็จให้ทุกคนเชื่อว่า ยอนจุน ตายแล้วจริง ๆ ทำให้ ซึงฮี ถอดใจกลับเกาหลีแล้วเข้าไปทำงานที่ NSS ดังเดิม

ยอนจุน ถูกหน่วยงานลับของญี่ปุ่นจับได้ เพื่อให้แลกกับอิสระเขาต้องลงมือฆ่าผู้มีอิทธิพลของญี่ปุ่น แม้จะทำงานสำเร็จแต่เขาก็ถูกหักหลังด้วยการถูกสั่งเก็บจนต้องหนีเอาชีวิตแทบไม่รอดอีกที จนได้พบกับ มิยะ สาวน้อยชาวญี่ปุ่นที่เขาเคยเจอคุณเมื่อครั้งมาเที่ยวญี่ปุ่นกับ ซึงฮี มิยะ และครอบครัวช่วยเหลือ ยอนจุน ไว้ แต่ มิยะ และครอบครัว ต้องตายเพราะ วิค นักฆ่าที่ส่งมาตามฆ่า ยอนจุน เมื่อ มิยะ ตายเขาจึงขอให้ ปาร์ค ซอลยอง ช่วยเหลือเพื่อให้แก้แค้น แบคซัน และให้พาเขากลับเกาหลี เวลานั้น ปาร์ค ซอลยอง เตรียมกองกำลังจะก่อความไม่สงบที่เกาหลีใต้ ยอนจุน จึงได้ร่วมเป็นหนึ่งในหน่วยก่อการร้าย

หน่วยก่อการร้ายคิดแผนบุก NSS ยอนจุน ใช้โอกาสนี้หาข้อมูลที่ซ่อนอยู่ จนรู้ว่า แบคซัน ทำงานให้ องค์กร IRIS ซึ่งมีภารกิจในการทำลายความเกี่ยวพันระหว่างประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ภารกิจนี้ทำให้เขาได้พบกับ ซึงฮี อีกที เขาดีใจมากที่คุณยังไม่ตาย ส่วน ซึงฮี มั่นใจว่าหนึ่งในคนร้ายนั้นต้องเป็น ยอนจุน แม้เขาจะปิดบังหน้าตาไว้ คุณจึงเริ่มหาข้อมูลแกะรอย ยอนจุน อีกที โดยเฉพาะเหตุผลที่เขาต้องร่วมงานกับผู้ก่อการร้ายโดยมี แบคซัน และ ซาอู คอยขัดขวาง ฮยอนจุน จะสามารถหนีจากการตามล่าได้ไหม ความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของพวกเขาจะลงเอยอย่างไร ร่วมลุ้นและร่วมให้กำลังใจพวกเขาได้ใน IRIS นักฆ่า / ล่า / หัวใจคุณ (IRIS)

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า ตอนที่ 6.3

แทฮาบอกว่าเขาเองก็มีบรรพบุรุษและพี่น้องๆ ที่มาจากเมืองชอนนี และใช้สกุลคิมเหมือนกัน แถมยังมีอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาใช้สกุลคิมถึง 2 คน (พยายามเชื่อมโยงว่าทั้งคู่มีความเกี่ยวดองหรือเป็นพวกเดียวกัน) เฮวอนไม่เข้าใจว่าเขานับเครือญาติทำไมในเมื่อคนส่วนใหญ่ก็ใช้สกุลเดียวกัน (สมัยนั้นชนชั้นสูงของโชซอนใช้กันอยู่ไม่กี่สกุล) เลยถามว่า 'แล้วยังไง' แทฮามองหน้าเฮวอนแบบเก้อๆ จากนั้นทั้งคู่ก็หันหน้าไปคนละทาง

แทฮาถามว่าเฮวอนมีพี่ชายเป็นเครือญาติเพียงคนเดียวหรือ คุณตอบว่าใช่ แล้วถามกลับว่าแทฮามีครอบครัวไหม แทฮาเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับตนเองเป็นนัดแรกว่า เขาสูญเสียครอบครัวไปในระหว่างสงครามแมนจู จากนั้นก็ไปใช้ชีวิตที่ต้าชิงตรงเวลา 8 ปี พอกลับมาโชซอนอีกรอบก็พบว่าผู้คนเปลี่ยนไป เฮวอนถามว่าเขาไปเป็นเชลยสงครามที่ต้าชิงใช่หรือเปล่า แทฮาตอบว่า ไม่ว่าคุณจะเรียกเขาว่าอะไร แต่เมื่อแพ้สงคราม ทหารอย่างเขาแปลงเป็นนักโทษหรือเชลยไปโดยปริยาย

เฮวอนเล่าว่าคุณเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากสงครามครั้งนั้นเช่นนั้น โชคดีที่มี 'นายน้อย' มาช่วยเอาไว้ได้ทัน แทฮาถามว่าเขาคนนั้นคือคนรักของคุณใช่ไหม เฮวอนตอบว่าใช่ แทฮาแนะนำให้คุณตัดใจจากคนรัก (เลิกจมอยู่กับอดีต) แล้วเปิดใจรับคนใหม่ เพราะคนรักของคุณจากโลกนี้ไปนานแล้ว เฮวอนตอบว่าคุณได้มอบหัวใจให้กับชายคนนั้นไปแล้ว และที่ต่างจากผู้ชายก็คือ รักแท้ของผู้หญิงไม่มีวันสิ้นสุดและไม่มีขอบเขต (แม้อยู่คนละโลกก็ยังรัก) ทำเอาแทฮาหน้าเจื่อนไปชั่วขณะ 

ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงบางสิ่งบางอย่างจึงคว้าดาบแล้วรีบลุกขึ้น ขณะเดียวกันก็มีหอกพุ่งทะลุผนังเผ่านา (เฉียดหน้าแทฮาไปนิดเดียว) จากนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออก โดยมีเจ้าหน้าที่กองปราบดักรอทั้งคู่อยู่ที่ด้านนอก 

แทฮาและเฮวอนเดินออกมา แทฮาถามว่าแวะพักแรมกลางทางผิดกฏหมายด้วยหรือ เจ้าหน้าที่ตอบ มีคนแจ้งว่าแทฮาและเฮวอนเป็นขโมย หลังพูดจากันได้ไม่นาน แทฮาก็จัดการเจ้าหน้าที่จนสลบเหมือดไปตามๆ กัน (ที่ผ่านมา นอกจากข้าศึกแล้วแทฮาแทบไม่เคยเอาชีวิตใคร ผิดกับนักฆ่าสาวยูนจีที่ฆ่าคนไม่เลือกหน้า) หลังขับไล่ไสส่งเจ้าหน้าที่คนสุดท้ายไปแล้ว แทฮาก็หยิบนกหวีด (ที่เจ้าหน้าที่ทำตกไว้) ติดมือไปด้วย จากนั้นก็คว้าข้อมือเฮวอนแล้วรีบพาหนีไป

แทฮามองว่าในเมืองมีเจ้าหน้าที่กองปราบคอยดักจับตัวเขาและแฮวอน เลยบอกให้แยกกันหนีชั่วคราว เพื่อให้ไม่ให้เป็นจุดสังเกต แล้วค่อยพบกันใหม่อีกทีหลังผ่านจุดตรวจไปได้แล้ว  แทฮาแนะให้เฮวอนแกล้งบ้าถ้าถูกเจ้าหน้าที่เรียกให้หยุด (เนื่องด้วยเฮวอนตัดผมและอยู่ในชุดไว้ทุกข์ จึงตบตาคนได้ไม่ยากว่าคุณเสียสติเพราะผิดหวังในความรัก) เฮวอนถามว่าไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ แทฮาไม่ตอบแต่กลับมอบนกหวีดให้เฮวอนไว้ใช้ส่งสัญญาณในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา

Weathering With You เพราะความหม่นหมอง คือความงดงามของโลกในอีกรูปแบบหนึ่ง

Weathering With You ผลงานปัจจุบันของ อ. มาโกโตะ ชิงไก ที่สานต่อความสำเร็จต่อจาก YOUR NAME หลับตาฝัน ถึงชื่อคุณ เมื่อปี 2016 สู่ WEATHERING WITH YOU ฤดูฝัน ฉันมีคุณ ในปี 2019 ผมรู้ว่างานนี้มันเป็นงานที่กดดันมาก ๆ เพราภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่งจะจะทำเสร็จเพียงไม่ถึงอาทิตย์ก่อนฉายเอง ซึ่งรอบนี้งานที่เปี่ยมด้วยความงดงาม และลายเซ็นเดิมจะเสริมให้ เรื่องนี้เป็นมาสเตอร์พีชอีกชิ้นได้มั้ย ก่อนอื่นอ่านเรื่องย่อกันก่อนที่เราจะมาแกะรอยหนังไปพร้อม ๆ กัน

 

“WEATHERING WITH YOU บอกเล่าถึง โมริชิมะ โฮดากะ เด็กเด็กนักเรียนม. ปลายที่หนีจากโตเกียวมาแสวงหาโชคในโตเกียวที่โอกาสดูจะริบหรี่เต็มทน แต่เขาก็โชคดีที่ได้พบกับสุกะ เจ้าของสำนักพิมพ์วารสารสิ่งลึกลับเหนือธรรมชาติ และ นัตซึมิ หญิงสาวที่อยู่ด้วย คอยช่วยเหลือ ในขณะเดียวกันในเมืองนั้นก็เต็มไปด้วยปรากฏการณ์แปลกแปลกที่ทำให้ฝนตกอยู่ตลอดเวลา แต่โฮดากะก็ได้พบกับ อามาโนะ ฮินะ หญิงสาวแสนสดใสและน่ารักที่มีความมหัศจรรย์ที่สามารถทำให้ท้องฟ้าแจ่มใสได้ ความเชื่อมโยงของทั้งคู่จึงเสมือนแสงตะวันที่สาดส่องให้กัน ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส”

 

Weathering With You เพราะความหม่นหมอง คือความงดงามของโลกในอีกรูปแบบหนึ่ง รีวิว สปอยล์ 1
ฟ้าใสด้วยใจบริสุทธิ์ / Weathering With You ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
Weathering With You เมื่อเราพบกันยามฝนตก
Weathering With You มาโกโตะเลือกที่จะเล่าเรื่องแบบเส้นตรง ไม่ดูยากจนต้องคิดตามหลายรอบ เรียงลำดับเรื่องอย่างเรียบง่ายผสมผสานแฟนตาซี วิทยาศาสตร์พื้นฐาน และตำนานพื้นบ้านญี่ปุ่นที่เข้าถึงง่าย ในทุก ๆ ฉากมีความหมาย ทั้งความประพฤติปฏิบัติของตัวละครที่ต้องผ่านการเติบโตหรือแม้แต่ธรรมชาติเอง แต่สิ่งที่ได้รับการต่อยอดจากผลงานก่อน ๆ คือ การให้ความสำคัญกับตัวละครและแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเอก ทั้งลักษณะนิสัยที่มีสีสันให้กับเรื่อง ซึ่งอาจจะยังไม่บริบูรณ์มากนัก เพราะหนังยังต้องให้ความสำคัญกับตัวเอกหลัก ๆ อยู่ตามธรรมเนียม แต่ยังไงก็ตามนี่น่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ดูง่ายที่สุดของชิงไก อาจจะขาดความละเอียดลออไปบ้าง จากการที่ภาพยนตร์ต้องเล่าเรื่องอย่างรวบรัดในบางช่วง จนลืมขยี้ช่วงสำคัญ  ซึ่งก็แล้วแต่คนดูว่าจะดื่มด่ำกับเนื้อเรื่องมากแคไหน

Weathering With You เพราะความหม่นหมอง คือความงดงามของโลกในอีกรูปแบบหนึ่ง รีวิว สปอยล์ 2
ความเชื่อมโยงของครู และ ลูกศิษย์ ใน The Garden Of The Words
เรื่องนี้ทำให้อดนึกถึง The Garden Of The Words หรือ ยามสายฝนโปรยปราย ผลงานของแกก่อนหน้าไม่ได้เลย เพราะเอ่ยถึงฝนและการเติบโตผ่านตัวละครต่างวัย แต่เรื่องนี้เข้มข้นกว่าโดยการทิ้งข้อความสำคัญสำคัญ ทั้งการดิ้นรน การหนีออกจากที่ ๆ เคยเป็น การแบกความรับผิดชอบไว้ การพยายามเป็นผู้ใหญ่ที่มีความหมาย และโชคชะตาที่เปี่ยมไปด้วยสิ่งที่เหนือกว่าวามรู้ความเข้าใจ ให้เกิดเป็นเรื่องราวที่ทั้งมหัศจรรย์ แต่ในขนาดเดียวกันก็จริงจนสะอึกอยู่หลายครั้ง ว่า เราเป็นแบบที่ตัวละครไหนเป็นกันแน่นะ พูดได้ว่าเป็นงานทะเยอทะยานอีกหนึ่งงานของชิงไก ซึ่งถือเป็นดาบสองคม เพราะถ้าหากไม่สามารถเก็บรายละเอียดหลักสำคัญต่าง ๆ กลุ่มนี้ได้ก็อาจทำให้ไม่สามารถเข้าใจความประพฤติปฏิบัติของตัวละครได้เลย ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังทั้งหมด ล้วนมีเหตุผลที่รองรับต่อพฤติกรรมนั้น ๆ

Weathering With You เพราะความหม่นหมอง คือความงดงามของโลกในอีกรูปแบบหนึ่ง รีวิว สปอยล์ 3
เอื้อมมือคว้ารักที่รอมานาน
Weathering With You เมื่อเราได้มองท้องฟ้าสีคราม
ภาพสวยยกระดับไปอีกขั้นสมกับผลงาน เราจะได้เห็นโตเกียวในทุกอิริยาบถอย่างกับเป็นตัวละครหลักอีกตัวของเรื่อง ควบคู่กับท้องฟ้าที่สวยงาม หยดน้ำจากฝนที่ตกลงมา รูปลักษณ์ของฟ้าผ่า หิมะที่ร่วงอย่างช้า ๆ ทุกอย่างมันสวยจนเกินจริงไปในบางช่วง แต่ผมว่านี่ล่ะเอกลักษณ์ของงานแก ซึ่งผมไม่เห็นส่วนที่อาจจะเผาของแกนะ เพราะมัวแต่ละลานตาอยู่กับสภาพเมืองโตเกียว ที่เหมือนจำลองมาจากชีวิตจริงของคนตรงนั้นเลย สถานที่ทุกอย่างใกล้เคียงกับความจริง ฉากแลนด์มาร์ก และโฆษณามาเพียบ ซึ่งก็ไม่ได้ขัดตาอะไร อาจเพราะเป็นเรื่องธรรมดาของภาพยนตร์ที่ต้องมีโฆษณาแฝงอยู่ด้วย แต่นอกเหนือจากนี้ ยังเป็นปัญหาการตัดต่อที่ไม่สมูทและมีเดดแอร์จนขัดอารมณ์หนังไป

Weathering With You เพราะความหม่นหมอง คือความงดงามของโลกในอีกรูปแบบหนึ่ง รีวิว สปอยล์ 4
มันช่างจ้าเสียเหลือเกิน / Weathering With You ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
Weathering With You เมื่อเราได้ยินเสียงฝนพรำ
ถ้าใครตามอ่านบทความเกี่ยวกับวงแรดวิมส์ของผมจะทราบว่า ชิงไกนั้นเป็นแฟนคลับของวงนี้ และได้ให้กำกับดนตรีประกอบ และเพลงประกอบในภาพยนตร์นี้ด้วย ซึ่งแน่ๆว่าบทเพลงห้าเพลงที่ผมได้เคยแปลไว้ ก็เผ่านามีหน้าที่ในหนังเช่นกัน ซึ่งเพลงยกหลักของภาพยนตร์นี้มีอยู่สองเพลงคือ 愛にできることはまだあるかい (Ai ni dekirukoto wa mada arukai) – ยังมีสิ่งใดที่รักนั้นพอทำได้อีกบ้างไหม  และ 大丈夫 (Daijoubu) – ไม่เป็นไร ต่างก็ทำหน้าที่ในการสร้างอารมณ์ร่วมได้ดี แต่ทว่าในบางครั้ง บางเพลงก็ถูกกดทับด้วยจังหวะหนังที่ผิดคาดไปบ้าง ซ้ำไปบ้างไม่ค่อยหลากหลาย จนดูไม่สำคัญกับเนื้อเรื่อง ซึ่งหากใครไม่ชอบตรงนี้ก็ไม่แปลกใจครับ แต่ถ้าเข้าใจเพลง มันจะช่วยให้รับรู้ถึงความรู้สึกของตัวละครที่กำลังเป็นอยู่ด้วย ในส่วนของเสียงอื่น ๆ ก็อยู่ในขั้นดี สมจริง เสียงต่าง ๆ นี่ก็กระหึ่มเลย เสียงฝน เสียงฟ้า เสียงรถรา เสียงผู้คนจ้อกแจ้ก บ่งบอกถึงการใส่ใจในรายละเอียดของชิงไกได้เป็นอย่างดี

Weathering With You
นั่นแน่ะนกเขา คู จุ๊ก จุ๊กกร ูนกมันเฝ้าคู หายก้ มัน ผิด ๆ
Weathering With You สิ่งที่เราได้รับรู้ใน ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
หนังใช้ ฝน แทนการเล่าเรื่องความเทาของสังคมโตเกียว ร้านต่าง ๆ ธุรกิจสีเทาที่มีอยู่ทั่ว พฤติกรรมของตัวละครบางเรื่องที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ก็มีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ฮีโร่ที่ออกมาจากในภาพยนตร์ แต่แค่ต้องการจะเอาตัวรอดจากสภาพแวดล้อมที่มันบิดเบี้ยวของโลกใบนี้ก็แค่นั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้จะตั้งคำถามกับคนดูว่า จะเลือกทำตามชะตา หรือ จะฝืนชะตา จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีความหวัง หรือถอดใจต่อความฝัน เหมือนที่เพลงของแรดวิมส์พร่ำบอกในฉากสำคัญของเรื่อ

Trailer Season 3

สำหรับซีรีส์ The Crown ผลงานเรื่องดังที่เป็นออริจินอลของ Netflix ซึ่งที่ผ่านมาได้กวาดรางวัลและคำวิจารณ์ไปอย่างมากจาก 2 Season ก่อนหน้านี้ ทั้งในแง่ของโปรดักชั่น การตัดต่อ ดารานำ และผู้แสดงบทสมทบต่าง ๆ ที่ทำไว้ได้อย่างดียิ่ง ใน Season 3 ที่จะเผ่านานี้ก็จะเป็นการกลับมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเบื้องหน้าของชีวิตสมรสระหว่าง ควีนเอลิซาเบธ และ เจ้าฟ้าชายฟิลิปส์ รวมทั้งเรื่องราวในราชวงศ์วินเซอร์ ที่มีทั้งเรื่องที่สาธารณชนรับรู้ในหน้าประวัติศาสตร์ สื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และอื่น ๆ จากในสมัยนั้น แต่ก็จะมีเรื่องราวอื้อฉาวในแง่มุมต่าง ๆ ที่บางเรื่องเคยเป็นกระแสสำหรับสังคมอังกฤษและบางเรื่องถึงขั้นซวดเซต่อสถานะของราชวงศ์เลยทีเดียว ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ก็จะนำเสนออย่างเข้มข้น แม้ว่าบางเรื่องจะเล่าออกมาเสียอย่างกับว่าคนดูอย่างเราไปเกาะขอบเตียงดูเลยก็ตาม

 

สำหรับใน Season 3 ที่จะเข้าฉายในวันที่ 17 พ.ย. ในซีรีส์ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงดาราหนังหลักใหม่ผู้คนจำนวนมาก เพื่อให้ให้กับช่วงอายุของตัวละครและในเหตุการณ์ต่าง ๆ  เนื่องด้วยตัวละครหลักในเรื่องจากซีซัน 1-2 ผู้คนจำนวนมากจะมีอายุมากขึ้นในซีซันนี้ เช่น ควีนเอลิซาเบธ ที่เปิดเรื่องมาและดำเนินเรื่องใน 2 ซีซันแรก มีอายุประมาณ 25-35 ปี ก็จะเข้าช่วงอายุวัยกลางคน ตั้งแต่ประมาณ 40 – 50 ปี ตามเหตุการณ์ในท้องเรื่อง จึงต้องมีการเปลี่ยนแปพอดีดาราหนังหลักที่มีอายุมากขึ้นมารับบทแทนเกือบทั้งหมดหมด ตรงนี้เป็นเรื่องน่าเสียดายอยู่บ้างเนื่องด้วยทีมผู้แสดงหลักใน 2 ซีซันแรก ได้สร้างผลงานการแสดงที่ทรงพลังอย่างมากไว้

The Crown netflix
ควีนเอลิซาเบธ และ เจ้าฟ้าชายฟิลิปส์ ที่มีการเปลี่ยนผู้แสดงใน Season 3 ที่มีอายุมากขึ้น
โดยผู้แสดงที่จะมารับบทแทน ควีนเอลิซาเบธ แทนที่ผู้แสดงหญิง Clair Foy ก็คือ Olivia Coleman ส่วนคนที่จะมารับบท เจ้าฟ้าชายฟิลิปส์ พระสวามีของควีน แทนที่ Matt Smith ก็คือ Tobias Menzies

รวมทั้งอีกตัวละครสำคัญคือ เจ้าหญิงมากาเร็ต พระขนิษฐาของควีนเอลิซาเบธ ก็เปลี่ยนดาราหนังเป็น Helena Bonham Carter นอกจากนี้ ซีซัน 4 ก็เริ่มถ่ายทำไปแล้วเช่นกัน

 

สำหรับใน ซีซัน 3 มีข่าวออกมาว่า การเล่าเรื่องราวอาจจะลดการนำเสนอหลักสำคัญดราม่าอื้อฉาวลง เพราะเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เริ่มขยับเผ่านายุคใกล้มากขึ้น ทั้งการนำเสนอก็จะพยายามเล่าในมุมที่เป็นกลางมากต่อตัวละครแต่ละข้างมากขึ้น ซึ่งก็คงต้องรอดูกันต่อไปครับ

หงสาประกาศิต The Rise Of Phoenixes

หงสาประกาศิต เรื่องย่อ ฉบับซีรีส์ใน Netflix
เนื่อเรื่องจะจับความในยุคสงครามระหว่างแคว้น เมื่อสกุลหนิงแห่งราชวงศ์เทียนเชิ่งได้โค่นล้มราชวงศ์ต้าเฉิง จากนั้นก็สถาปนาความยิ่งใหญ่ ขึ้นปกครองแผ่นดิน แต่ในการแย่งชิงแผ่นดินคราวนี้ กลับมีเบื้องหน้าอันสลับซับซ้อน

หนิงอี้ องค์ชายหก ผู้สุขุมเยือกเย็นและมีสติปัญญาลึกซึ้ง แต่เขาถูกฮ่องเต้สั่งจองจำอยู่ในวัดเพราะเหตุว่าถูกใส่ความว่าเกี่ยวข้องกับคดีการก่อกบฏขององค์ชายสามซึ่งเป็นพี่ชายของเขา จากนั้นเขาใช้ชีวิตแต่ละวันไปกับการทอผ้าขายจนดูเหมือนคนที่ไม่คิดสนใจชิงอำนาจในวังอีก แต่ที่จริงแล้วเขาเก็บงำความแค้นและคิดแผนจัดการศัตรูที่ขวางทางตนทุกคน กระทั่งโอกาสก็มาถึง เมื่อเขาได้สร้างผลงานด้วยการใช้เงินที่ได้จากการขายผ้ามาช่วยเหลือราชสำนักแก้ปัญหาอุทกภัย ทำให้ได้รับการอภัยโทษ รวมทั้งเกิดเหตุการณ์ที่องค์กรนักฆ่าของราชวงศ์เทียนเชิ่งในอดีตที่ชื่อว่า กลุ่มเจดีย์โลหิต ได้ลุกขึ้นมาก่อการ หนิงอี้จึงใช้โอกาสนี้สืบหาเบื้องหน้าว่าใครคือผู้คิดแผนใส่ความองค์ชายสามเพื่อให้หาทางแก้แค้น

อีกทางหนึ่ง เฟิ่งจื่อเว่ย เด็กสาวที่เฉลียวฉลาด รอบรู้วิชาการอย่างมาก เป็นคุณหนูสกุลชิวที่ชีวิตถูกตราหน้าเพราะเหตุว่ามารดาถูกหาว่าหนีตามผู้ชายอื่นแล้วต้องกลับมาพึ่งพิงสกุล คุณและมารดากับน้องชายจึงถูกกดขี่มาตลอด แต่ที่จริงแล้วมารดาของคุณเองก็ปิดบังเรื่องชาติกำเนิดที่ซับซ้อนของคุณไว้ ในที่สุดก็ถูกไล่ล่าฆ่า ภายหลังยังแปลงเป็นเป้าหมายของกลุ่มเจดีย์โลหิต ทำให้ต้องหาทางหนีเอาตัวรอด แต่แล้วด้วยโชคชะตา ทำให้คุณได้มาพบกับ หนิงอี้ จากนั้นทั้งสองก็ต่างร่วมมือและใช้ประโยชน์ระหว่างกันเพื่อให้เป้าหมายของตนเอง ท่ามกลางการแก่งแย่งอำนาจในราชสำนักที่ “หากเราไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าเรา” แต่ท่ามกลางการแก่งแย่งผลประโยชน์พวกนี้ ทั้งสองคนกลับมีจิตใจที่ผูกพันให้กันมากขึ้นทุกที แม้ว่ามันจะเริ่มสวนทางกลับเป้าหมายของทั้งสองก็ตาม

 

ที่จริงแล้วเรื่องอยู่ในยุคสมัยไหน??
อันที่จริงแล้วในเรื่อง หงสาประกาศิต ตามต้นฉบับนิยาย ราชวงศ์เที่ยนเชิ่งและราชวงศ์ต้าเฉิงที่ถูกเขียนถึงนั้นเป็นราชวงศ์สมมติ แต่ในเรื่องกลับมีรายละเอียดบางสิ่งที่สะท้อนให้คิดว่ามีความพยายามที่จะทำให้ราชวงศ์สมมติในเรื่องมีความน่าจะเป็นว่าอาจจะอยู่ในช่วงยุค 5 ราชวงศ์ 10 อาณาจักร ซึ่งอยู่หลังยุคถัง ซึ่งเป็นช่วงๆเวลาที่จีนมีการแบ่งแยกแดนออกเป็นแคว้นน้อยใหญ่ กระทั่งแตกออกเป็นแคว้นทางเหนือและใต้ที่มีการทำสงครามกัน เหตุเพราะในซีรีส์มีการเอ่ยถึงชื่อของ เจียงจื่อหยา ในต้นราชวงศ์โจว และ จูกัดเหลียง ขงเบ้ง จากในยุคสามก๊ก รวมทั้งยังมีการยกเอาตำราของหลี่ปู้เหว่ยที่เขียนในสมัยแคว้นฉิน ขึ้นมาพูดในเรื่องด้วย

oundtrack ดนตรี รัก จังหวะ ชีวิต

นี่เป็นซีรีส์ที่รวมดาราและทีมงานจากหนังเพลงหลายๆ เรื่องมารวมกัน ซึ่งที่บ้านเราคุ้นเคยกันดีก็คือ Jenna Dewan นางเอกจาก Step Up ภาคแรกปี 2006 ที่ยังสวยไม่สร่าง Callie Hernandez จาก La La Land หนังเพลงเจ้าของรางวัลออสการ์ปี 2560 ผู้กำกับ Joshua Safran จากซีรีส์ Smash  ซีรีส์แนวละครเพลงบอร์ดเวย์ชื่อดัง มารวมกันสร้างเป็นซีรีส์แนวดนตรีเรื่องใหม่ ที่พล็อตสดใหม่แปลกแตกต่างและดีมากอย่างน่าทึ่ง แต่ก็มีข้อเสียแบบที่ว่าทำเอามึนไปเหมือนกันว่าทำไมผู้สร้างถึงทำออกมาอย่างงี้

ด้วยความที่ซีรีส์เรื่องนี้มีจุดหักมุมคนดูตั้งแต่ตอนแรกที่น่าทึ่งนำมากๆ และยังมีหักมุมปลีกย่อยตามต่อมาเรื่อยๆ ในแต่ละตอน จึงขอเล่าเรื่องแบบคร่าวๆ สั้นๆ  แต่ถ้าใครคิดว่าต้องการอ่านละเอียดและรับกับสปอยล์ได้ ก็กดอ่านท้ายงานครับ (แต่ก็จะสปอยล์กว้างๆ ไม่ลงลึกครับ)

เรื่องราวของซาวด์แทร็ค
หนังเล่าเรื่องราวของชายชายหนุ่มสาวผู้มีความฝันในทางศิลป์ การเล่นดนตรี แต่งเพลง วาดภาพ แต่งนิยาย การเต้น มาพบกัน โดยที่แต่ละคนทิ้งความฝันเหล่านั้นไปแล้วด้วยสาเหตุต่างๆ กัน

แซมกับเนลลี่ใน Soundtrack
แซมกับเนลลี่
“แซม” ชายชายหนุ่มผิวดำที่มีความชำนาญทางเปียโน ได้เรียนมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าด้านดนตรี แต่ทิ้งการเรียนออกมาแต่งเพลงตามฝัน ก่อนที่จะแปลงเป็นพ่อหม้ายลูกติดที่มีภาระหนักในชีวิตจนไม่อาจสานฝันต่อได้ แต่มาวันหนึ่งเขาก็ได้พบกับการนำความฝันนี้กลับมาในชีวิต

“เนลลี่” (เอเลเนอร์) หญิงสาวที่มีแม่เป็นดาราดังบ้านรวยมีฐานะ ตัวเองสนใจวาดภาพกับเขียนหนังสือนิยาย แต่กลับถูกแม่ตีกรอบว่าคุณควรเบนเข็มไปเรียนต่อเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมากกว่าจะเสี่ยงเป็นศิลปิน

นี่คือตัวเอกหลักในเรื่องราวชีวิตที่ต้องฝันฝ่่ากับการเอาตัวรอดในสังคมจริงๆ แบบปากกัดตีนถีบ คือต่อให้มีทักษะมากเพียงใด ถ้ายังทำเงินเป็นอาชีพไม่ได้ก็เปลี่ยนเป็นความฝันที่ฉุดความเป็นจริงจนเอาตัวรอดไม่ได้ ซึ่งหนังก็พยายามถ่ายทอดจุดนี้ออกมาให้ผู้ชมได้คิดว่า นี่เป็นหนังที่เรียลกับชีวิตมากกว่าจะเป็นหนังแบบที่เขียนบทให้ไปตามฝันจนสำเร็จแบบปกติทั่วไป โดยเฉพาะแนวหนังเพลงที่มักควรต้องให้ตัวเอกตกอับต้องลุกมาทำตามฝันให้สำเร็จ ซึ่งถ้าอ่านจากพล็อตเรื่องด้านบนก็คงคิดว่าเป็นแบบนั้นแน่ๆ แต่ซีรีส์เรื่องนี้มีซ่อนแอบอะไรไว้มากกว่านั้น แถมการเล่าเรื่องที่แปลกแตกต่างมากๆ

ฉากเต้นและร้องเพลง
Soundtrack ดนตรี รัก จังหวะ ชีวิต Netflix
Soundtrack ดนตรี รัก จังหวะ ชีวิต Netflix
ในส่วนของเพลงในเรื่องนี้จะใช้การลิปซิ้งของดาราหนังประกอบเพลงแบบเป็นฉากแฟนตาซีเหมือนมิวสิควิดีโอ พร้อมท่าเต้นกับตัวแสดงในฉาก แม้กระนั้นชอบใช้เพลงตัดอารมณ์ให้แตกต่างกับเรื่องราวทันที ไม่ได้เป็นโทนต่อเนื่องตามอารมณ์ในหนังนัก อย่างเครียดก็ตัดเพลงแปลงเป็นตลก เศร้าตัดเป็นเพลงป๊อบเศร้าๆ แต่เร้าอารมณ์ ซึ่งส่วนใหญ่กลับเข้ากันได้ดีมาก คือดูแล้วจะขำสนุกไปกับความเว่อร์ๆ ท่าทางนักเต้นประกอบเรื่องมากกว่า นึกถึงหนังอินเดียก็แบบนั้นครับ คือถ้าเป็นคนชอบเพลง ชอบหนังเพลง เรื่องนี้อิ่มมากๆ เพราะจัดมาเยอะจัด จนบางทีคิดว่าเยอะเกินไปเหมือนกัน แต่จะอยู่ช่วงแรกๆ มากกว่าหลังๆ ซึ่งน้อยลงมาก เน้นเล่าเรื่องปกติ อาจจะเพราะเรื่องราวเครียดขึ้นกว่าตอนแรกเยอะก็ได้ แต่การที่หนังใช้เพลงตัดอารมณ์บางทีคนดูก็ปรับอารมณ์ตามไม่ทัน ทำให้หลายฉากจากที่ดูบิ้วได้ดีๆ ตัวเพลงกลับมาเปลี่ยนอารมณ์ที่ควรจะเป็นมากไปเหมือนกัน ทำให้สะดุดและไม่กับเรื่อง แต่ส่วนใหญ่ก็เข้ากันได้สัก 70/30 ครับ ทำให้เรื่องราวดูสมูธไม่ได้ติดขัดอะไร

ฉากมิวสิควิดีโอ
ฉากมิวสิควิดีโอบ้าๆ ใน Soundtrack ดนตรี รัก จังหวะ ชีวิต Netflix
ด้วยความที่เป็นซีรีส์จึงมีตัวละครหลายตัวมากกว่าตัวหลัก หนังจึงมีตัวละครสมทบอย่างมากที่เป็นครอบครัวและเพื่อให้ให้นของตัวหลักทั้งคู่ ซึ่งดาราดาราในเรื่องนี้ก็สอบผ่านกันทุกคน โดยตัวหลักอย่างแซมที่เป็นชายชายหนุ่มผิวสีถือว่าเล่นได้ดีมีเสน่ห์ ไม่ขัดตาเลย และทำให้เราเชื่อได้เลยว่าเขาเป็นผู้ชายอบอุ่นที่พยายามอย่างหนักเพื่อให้ให้ให้ได้อยู่กับลูกชาย ส่วนเนลลี่ก็เป็นผู้หญิงลูกเศรษฐีที่ไม่ได้หัวขบถอะไรตามสูตร แต่เป็นคนที่มักแคร์คนรอบข้างมากไปจนทำให้ความฝันในการเป็นศิลปินของตนมีปัญหา

ซีรีส์เรื่องนี้มีการเก็บรายละเอียด ความเป๊ะต่างๆ แบบหนังเพลงที่ต้องเข้าจังหวะของทั้งดาราหนังลิปซิ้ง ท่าเต้นประกอบอารมณ์การแสดงได้ไม่มีที่ติสักเท่าไหร่ อาจจะแปลกๆ บ้างกับการใช้ลิปซิ้งในบางครั้งที่ไม่เข้ากัน แต่ก็ไม่ได้ถึงกับน่าเกลียด ดาราหนังเล่นได้ดีเข้าถึงบท รวมทั้งพล็อตเรื่องที่ดีนำมากๆ ในแบบที่หาได้ยาก แต่สิ่งที่เรื่องนี้พลาดไปอย่างมากคือการทิ้งเรื่องราวที่ควรจะเล่าให้จบต่อเนื่องกัน บ่อยเกินไป แบบที่เปิดมาแล้วคนดูอยากดูต่อ อยากรู้ว่าเรื่องราวต่อจะเป็นไง ผู้สร้างกลับเลือกกระโดดผ่านความต่อเนื่องของเรื่องมากไป แถมยังเลือกเล่าเรื่องราวช่วงท้ายแบบขาดรายละเอียดไม่เท่ากับที่ให้เวลาไปกับเรื่องอื่นๆ นอกเส้นเรื่องหลัก ทั้งๆ ที่สามารถทำได้ แต่กลับไม่ทำ ทำให้พอดูจบแล้วรู้สึกเสียดายนำมากๆ แปลงเป็นจุดนี้จุดเดียวที่ทำให้เรื่องราวที่ปูมาหมดพลัง เบาบางลงไปแบบง่ายๆ

รีวิว Soundtrack ดนตรี รัก จังหวะ ชีวิต หนังเพลงที่มีพล็อตเล่าเรื่องสุดเฉียบไม่เหมือนใคร! 1

รีวิวสปอยล์ Soundtrack ตอน 1 และภาพรวมของเรื่องราวทั้งหมดจนจบ
หนังเล่าเรื่อง 2 ตัวละครหลัก แซมกับเนลลี่สลับกันไปมา พร้อมกับใส่หญิงสาวตัวละครหลักคนที่ 3 แทรกเผ่านา (ซึ่งรูปร่างหน้าตาก็เหมือนเนลลี่มากด้วย) แบบบังเอิญพบเจอในชีวิตของทั้งคู่หลายครั้ง โดยไม่บอกว่าเป็นใคร ก่อนที่เรื่องราวทั้งหมดจะเฉลยในตอนท้ายของ EP1 ที่ทำให้เรากระจ่างว่า หนังเล่าเรื่องในอดีตกับปัจจุบันไปพร้อมกันตั้งแต่ทีแรก โดยเรื่องของทั้งคู่ห่างกันเป็น 10 ปี โดยตัวละครที่ 3 จะเป็นคนสำคัญที่เชื่อมต่อกับทั้งคู่ และเป็นคนทำให้โชคชะตาของทั้งคู่เปลี่ยนไปในอดีตกับในปัจจุบัน ซึ่งบอกเลยว่าหนังเขียนบทได้สมูธ และตัดสลับเรื่องราวได้สนุกแนบเนียน ก่อนจะบรรจบกันอย่างทึ่ง

รักในอดีตของแซมกับเนลลี่
รักในอดีตของแซมกับเนลลี่
รีวิวสปอยล์ Soundtrack ตอน 2
หลังหนังเผยว่าต้องการเล่าเรื่องแบบตัดสลับผ่านเวลาไปมา ในตอนที่ 2 ถึงค่อยเปิดตัวละครที่ 3 ว่าเป็นใคร ซึ่งคุณก็คือนางเอกอีกคน “โจแอนนา” (แสดงโดย Jenna Dewan นางเอกจากเรื่อง Step up) นักเต้นที่มีความถนัด แต่กลับถูกมองผ่านไปจนคุณท้อถอยในฝัน และหันไปทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งคราวนี้หนังจะตัดสลับชีวิตของเนลลี่ที่เริ่มทำความรู้จักกับแซม คู่ไปกับชีวิตของโจแอนนาก่อนจะมาพบเจอกับแซมแบบจริงจังในตอนจบ EP1 จากเหตุการณ์ผิดพลาดที่แซมไปรับลูกหลังเลิกเรียนช้า จนทำให้คุณต้องเผ่านาสืบสวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของแซม ที่ดูเหมือนชีวิตจะตกต่ำลงเรื่อยๆ ก่อนที่จะบังคับด้วยกฎหมายเอาลูกของแซมไปอยู่สถาณสงเคราะห์เด็กของรัฐ โดยเรื่องราวเซ็ทให้ตัวละครโจแอนนาให้เป็นสาวที่ตรงนำมากๆ กับงานที่คุณทำ จนทำให้เปลี่ยนเป็นเรื่องราวความรักที่ขัดแย้งกับหน้าที่ที่ต้องทำ

รักในปัจจุบันของแซมกับโจแอนนา
รักในปัจจุบันของแซมกับโจแอนนา
สรุปเรื่องราวการเล่าเรื่อง
หนังใช้การเล่าในแต่ละ EP ด้วยการกระโดดผ่านไปไทม์ไลน์ใหม่ๆ ของตัวละครที่เกี่ยวกับชีวิตเนลลี่กับแซม ก่อนจะให้ตอนจบเรื่องเล่าวนกลับมาดูความเป็นไปในปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ แม้ว่าครึ่งแรกของเรื่องหนังจะเล่ากลับไปกลับไปมาแต่ต่อกันได้อย่างน่าสนใจ แต่พอช่วงหลังหนังกลับเล่าเรื่องของตัวละครอื่นเพิ่มอีกหลายตัว ซึ่งเปลี่ยนเป็นว่าแทบไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นเรื่องหลักของทั้ง 3 คน (แซม เนลลี่ โจแอนนา) ทำให้คนดูรู้สึกโดนทิ้ง และเหมือนถูกหลอกให้คิดว่าเรื่องที่เล่าจะสำคัญกับทั้ง 3 คน อย่าง EP8 เรื่องจีจี้เพื่อให้ให้นเนลลี่กลับไม่เกี่ยวข้องอะไรก็แล้วแต่เลยกับปมเส้นเรื่องหลัก ซึ่งหนังดันใส่เผ่านาในจังหวะที่ EP7 เรื่องราวยังมีต่อ แต่ถูกค้างเอาไว้ ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เสียเวลาไปกับการเล่านอกเรื่องตามใจ เหมือนต้องการโชว์เพลงกับทักษะการแสดงแยกไปของตัวละครแต่ละตัว จนแทบไม่มีเวลาให้กับเส้นเรื่องหลักอย่างที่ควรจะเป็น

พอถึงตอนจบ EP10 หนังก็เฉลยปมที่เนลลี่ตายแบบง่ายๆ ด้วยคำพูด ไม่มีย้อนกลับไปให้เห็นเรื่องราวจริงๆ ผิดกับตอนที่ผ่านมาที่ย้อนทุกรายละเอียดจนน่าผิดหวัง รวมทั้งยังทำเรื่องของ “แซมกับโจแอนนาไว้อย่างค้างคา” เหมือนกล้าๆ กลัวๆ ที่จะเล่นเรื่องรักใหม่ของเขาอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่ตอนพบกันตอนแรกหนังก็แสดงให้มองว่าแซมเองก็ปิ๊งโจแอนนาเหมือนที่ปิ๊งเนลลี่เป๊ะเลย และในส่วนของโจแอนนาเองก็แปลงเป็นตัวละครที่แอบรักแซมแบบคนดูคาดเดาได้ แต่มาเฉลยเอาตอน EP10 ตรงๆ ผ่านการตัดฉากเป็นมิวสิควิดีโอของคุณ ซึ่งพอมาเฉลยเอาตอนก่อนจะจบเรื่องก็ทำให้ไม่มีเวลาพอเล่นเรื่องนี้ และจบเรื่องราวไปอย่างเงียบๆ และยังมีเวลาให้คุณน้อยกว่าตัวละครสมทบบางตัวซะอีก ทั้งๆ ที่คุณเป็นนางเอกคนปัจจุบันของเรื่องราวนี้

รีวิว Soundtrack ดนตรี รัก จังหวะ ชีวิต หนังเพลงที่มีพล็อตเล่าเรื่องสุดเฉียบไม่เหมือนใคร! 2
หนังเน้นหนักไปที่เรื่องราวของนางเอกเนลลี่ตั้งแต่เด็กจนโต – Soundtrack
แต่ทั้งนี้เรื่องราวที่เกิดในเรื่องนี้อาจจะเป็นการตั้งมั่นเล่าให้เรียลที่สุด โดยไม่ได้ไปปรุงแต่งให้เป็นหนังรักแบบต้องมีฉากโมเมนต์หวานๆ มองตายอมรับความในใจกันอะไรแบบนั้น ซึ่งถ้าใครดูแล้วยังชอบที่หนังเล่นเรื่องราวธรรมดาในช่วงหลังได้ ก็น่าจะโอเคกับการที่หนังเลือกเดินทางนี้ แต่ส่วนตัวก็ยังรู้สึกเสียดายว่าหนังไม่น่าเล่าเรื่องตัวละครอื่นมากจนเกินไปแบบงี้อยู่ดีครับ

SHE

แว่บแรกเลยนี่เป็นซีรีส์อินเดียที่ทั้งชื่อเรื่องและหน้าปกจืดชืดไม่มีแรงดึงดูดให้น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย แต่พอใช้ดูกลับพบว่าตัวเรื่องภายในมีความน่าสนใจและเรื่องค่อนข้างซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่าที่คิด โดยเป็นเกมเชือดเฉือนกันระหว่างตำรวจกับอาชญากรที่เข้าขั้นอัจฉริยะ นี่จึงเป็นซีรีส์แนวอาชญากรรมระทึกขวัญที่ถือว่าแปลกใหม่พอสมควรกับการให้ตัวเอกเป็นผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดา แต่ต้องค่อยๆ พัฒนาการขึ้นมาเป็นสาวดึงดูดใจที่เต็มไปด้วยมารยาเพื่อให้ปลอมตัวเป็นโสเภณีเข้าไปสืบความลับค้นหาหัวหน้าแก๊งอาชญากรผ่านชาติในตำนาน ที่ไม่แน่ใจว่ามีอยู่จริงไหม ผ่านคำยอมรับของอาชญากรตัวเอ้ในแก๊งที่ถูกจับได้ และแปลงเป็นเกมจิตวิทยาระหว่างตำรวจกับอาชญากรตัวร้าย ที่มีแผนซ่อนอยู่ในเบื้องหน้าคำรับยอมรับสารภาพนี้อีกชั้น

รีวิว SHE (Netflix) เกมกลตัณหาราคะ ปะทะอาชญากรอัจฉริยะในตำนาน 1ซีรีส์จับเอาเรื่องสาวอินเดียที่ดูเหมือนไร้เสน่ห์ดึงดูดเพศชายมาเป็นตัวเอกของเรื่อง ซึ่งดาราที่เล่นก็ค่อนข้างหน้าตาธรรมดาเช่นกัน (รับบทโดย Aditi Sudhir Pohankar) แต่เมื่อได้ดูจริงๆ ก็คิดว่าเหมาะสมพอดีดี เพราะตามบทคุณคนนี้ต้องเป็นตำรวจสาวที่หน้าตาธรรมดาทั่วไป แต่มีเสน่ห์จากรูปร่างส่วนสูงได้สัดส่วนและการแสดงออกทางร่างกายที่เย้ายวนใจ ภายหลังที่คุณรับบทโสเภณีจนค่อยๆ รู้สึกถึงตัวตนที่เก็บซ่อนมาช้านาน และตรงนี้ก็เป็นหนึ่งในปมปริศนาสำคัญของเรื่องนี้ที่จะมีเฉลยในภายหลัง ซึ่งเป็นการผูกปมความปรารถนาทางเพศของผู้หญิงกับเรื่องราวอาชญากรรมได้อย่างน่าสนใจในแนวสายลับ และไม่ได้เดินเรื่องแบบแฝงตัวธรรมดาทั่วไป แต่มาในรูปของการใช้เสน่ห์จริตมารยาหญิงเพื่อให้ตามล่าหาตัวอาชญากรลึกลับที่มีเบาะแสเป็นจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวคือการติดหิ้วโสเภณีข้างทางไปเสพสุข ในขณะเดียวกันตัวคุณก็ยังกลายเป็นเป้าหมายของ “สาสยา” อาชญากรอีกคนที่มีมันสมองปราดเปรื่อง แต่พลาดท่าถูกคุณจับได้ และก็บอกกันตรงๆ แบบท้าทายเลยว่าสักวันเขาจะสานสัมพันธ์มี SEX ที่ค้างคากับคุณให้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ตัวเองถูกจับขังอยู่ในคุก

รีวิว SHE (Netflix) เกมกลตัณหาราคะ ปะทะอาชญากรอัจฉริยะในตำนาน 2หนังใช้ตัวละครไม่กี่ตัวเดินเรื่องราวหลักได้อย่างน่าสนใจ นอกจากเรื่องราวหลักชีวิตของนางเอกแล้ว ก็มีตัวสำคัญในเรื่องอย่าง สาสยา เป็นตัวเดินเรื่องหลักอีกตัว ซึ่งดาราหนังเล่นได้อย่างมีเสน่ห์ลุ่มลึกน่าสนใจตั้งแต่เริ่มเรื่อง โดยผ่านการพูดจากับตำรวจเล่าเรื่องราวถึงตัวละครลึกลับ “นายัก” บอสใหญ่ขององค์กรอาชญากรรมในมุมไบ ที่คิดแผนสร้างเครือข่ายค้ายาระดับทวีปขึ้นมา ซึ่งหนังเล่นกับคำให้การของสาสยาที่เปิดเผยออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ เพื่อให้แลกกับการเป็นสายให้ตำรวจจับบอสใหญ่ในตำนาน แต่อีกมุมหนึ่งก็รู้สึกเคลือบแคลงไปพร้อมกันว่าเขาคิดแผนอะไรอยู่ หรือตัวตนจริงๆ ของนายักก็อาจจะไม่มีจริงก็ได้ หรือแม้แต่สาสยาเองนั่นแหละที่เป็นบอสใหญ่ตัวจริง ซึ่งการเดินเรื่องแบบงี้มีความเหมือนกับหนังดัง The Usual Suspects อยู่ไม่น้อย (แต่เรื่องราวไม่ได้จบแบบเดียวกัน ไม่ต้องห่วงว่าจะถูกสปอยล์ครับ)

แต่ทั้งนี้ตัวซีรีส์ไม่ได้เป็นแนวแอ็กชั่น ไม่มีฉากยิงดวลปืนกันอะไรกันเลยแม้แต่น้อย เรื่องราวเดินไปในแนวดราม่าทริลเลอร์ที่ค่อยๆ ปูเรื่องราวปัญหาชีวิตสมรสกับครอบครัวของนางเอกที่มีปัญหาเรื่อง SEX กับสามีจนต้องหาทางหย่าร้างไปพร้อมกับโลกอีกด้านที่นางเอกรับบทโสเภณี และค่อยๆ ก้าวขาเข้าไปในโลกอาชญากรรมที่ห้ามพลาดเผยตัวตนออกไป เรื่องราวมีความระทึกเล็กๆ ตลอดเรื่อง อาจจะไม่มาก แต่ก็ดูสนุกจากการที่ได้เห็นนางเอกหน้าตาธรรมดาบ้านๆ แต่ค่อยๆ แปลงโฉมสวยขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับจริตมารยาผู้หญิงในแบบโสเภณี ที่เป็นเหมือนด้านดาร์คของคุณที่ถูกปลดปล่อยหลังจากซุกซ่อนอยู่ในตัวมาช้านาน แต่ก็ไม่ได้ทำออกมามีฉากโป๊เปลือย 18+ ให้เห็น อย่างมากสุดแค่ถอดหมดเหลือแต่ชุดชั้นในแค่นั้นในขณะที่ตัวตนนี้เองก็ถูกนำไปใช้ในเกมจิตวิทยาตามล่าหาอาชญากรอัจฉริยะที่ซ่อนอยู่ในเรื่องอย่างมีความหมาย พร้อมกับจบเรื่องราวแบบมีว้าวเล็กๆ กับตอนจบที่เหนือกว่าที่คาดไว้ และก็ผูกโยงกับหัวข้อตัณหาราคะได้อย่างพอดี เป็นการจบแบบแนวปลายเปิดให้คิดว่าจบได้เลยในตัวหรือจะมีต่อก็ได้ แต่รับรองว่าไม่ค้างคาแน่ๆครับ

NED KELLY (2003): วีรบุรุษแดนเถื่อน ภาคต่อ2

เหมาะสม เน็ดการแทรกแซงและการสู้รบปะทุขึ้นพร้อมกับฟิทซ์แพทริคและเพื่อให้นเจ้าหน้าที่ของเขา เพื่อให้กลับไปที่เน็ดพวกเขาเอาม้าของ Kellys ไป แต่ด้วยความช่วยเหลือของพี่ชายและเพื่อให้น ๆ ของพวกเขาเน็ดจึงขโมยพวกมันกลับไป หลายคืนต่อมาขณะที่เน็ดและจูเลียกำลังดื่มด่ำกับความหลงใหลในคอกของแม่ครัวฟิตซ์แพทริคปรากฏตัวที่ฟาร์มเคลลี่และขอไปพบเคท เมื่อคุณปฏิเสธเขาอีกรอบเขาพยายามจับแดนข้อหาขโมยม้าโดยเรียกร้องหมายจับที่ไม่มีอยู่จริงสำหรับเขาและเน็ด เกิดการต่อสู้ขึ้นและฟิทซ์แพทริคได้รับบาดเจ็บและรายงานเท็จว่าเน็ดเคลลี่เป็นคนยิงเขา ในการตอบโต้ตำรวจได้จับกุมแม่ของเน็ด

 

เน็ดขอให้จูเลียเป็นพยานว่าเขาอยู่กับคุณในคืนที่ฟิทซ์แพทริคอยู่ที่ฟาร์มของเคลลี่ แต่คุณปฏิเสธโดยบอกว่าคุณต้องอับอายขายหน้าเมื่อรับรู้เรื่องความเชื่อมโยงของพวกเขาและสามีของคุณจะพาลูกไป เน็ดแดนโจและสตีฟเปลี่ยนเป็นคนนอกกฎหมายในการหลบหนี ต่อมาพวกเขาพบกับหน่วยลาดตระเวนในพุ่มไม้และฆ่าเจ้าหน้าที่สามคนในการลอบยิงแม้ว่าเน็ดจะพยายามไม่ให้ใครได้รับบาดเจ็บก็ตาม ในช่วงหลายเดือนต่อมา "แก๊งเคลลี่" หลีกเลี่ยงการจับโดยอาศัยอยู่ในชนบทห่างไกลโดยไม่ได้กินอาหาร มีอยู่ครั้งหนึ่งจูเลียให้ที่พักพิงที่ฟาร์มของคุณในขณะที่สามีของคุณไม่อยู่

 

เงินรางวัลก้อนโตวางอยู่บนหัวของพวกเขาและมีการออกกฤษฎีกาที่อนุญาตให้ใครก็ตามยิงพวกเขาต่อหน้าโดยไม่มีผลใด ๆ พวกเขาปล้นธนาคารอังกฤษสองแห่งและเผาเอกสารการจำนองซึ่ง Crown กำลังหิวโหยตัวเลือก พวกเขามอบเงินที่ได้จากการปล้นให้กับครอบครัวที่ยากจนขัดสนและในไม่ช้าก็แปลงเป็นที่ยกย่องในฐานะวีรบุรุษพื้นบ้านของชาววิกตอเรียมากพอ ๆ กับที่สื่อบอกว่าพวกเขาเป็นอาชญากรที่ใช้ความร้ายแรง เพื่อให้แก้ไขสภาพการณ์ที่เสี่ยงต่อการขยายไปสู่การก่อจลาจลในวงกว้าง

เรื่อง ฟ้าใส…ใจชื่นบาน ภาคต่อ2

อีกคนชื่อ "ก้อง" ผ่านมาก็ฉวยโอกาสแย่งเติมน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์ และก็จับทรายแบกใส่รถของแม่ทำให้แม่พาทรายกลับบ้านได้สำเร็จ ในค่ำวันนั้น ได้เกิดการยึดอำนาจโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ทำให้นักศึกษาและประชาชนจำนวนไม่น้อยอพยพเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเมืองไทย (ต่อไปขอย่อว่า "พคท." นะครับ) จับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลตรงนี้ขอเพิ่มเติมเรื่องภูมิหลังทางการเมืองในช่วงนั้นสักนิดครับ ย้อนหลังไป 3 ปีก่อน ในเดือนตุลาคม 2516 ได้เกิดการเคลื่อนไหวของนักศึกษาและประชาชนครั้งมโหฬาร เพื่อให้เรียกร้องรัฐธรรมนูญจากรัฐบาลเผด็จการของ จอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งสืบทอดอำนาจมาจากรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วประชาชนไทยในช่วงนั้นสะสมความไม่พอใจต่อระบอบเผด็จการ สฤษดิ์-ถนอม มาตรงเวลานาน โดยเฉพาะในเรื่องข่าวคราวทุจริตคอร์รัปชั่น อย่างไรก็ตาม ข้างผู้ชุนุมประท้วงได้สนทนากับรัฐบาลจนได้ข้อยุติเพียงพอที่จะสลายตัว แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นในตอนเช้าวันที่ 14 ตุลาคม เมื่อเกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนที่รอบๆหน้าพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน จึงเกิดการปะทะกันจนแปลงเป็นการจลาจล เป็นผลให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายและสูญหายไปเยอะๆ ผลที่สุดจอมพลถนอมได้ลาออกและลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ จากนั้นได้มีการร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เวลาผ่านไป 3 ปี ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างกลุ่มมวลชนส่วนหนึ่งที่ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรมในมุมมองของตน กับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยและมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจเก่า เรียกง่ายๆว่ากลุ่มแรกเป็นข้างซ้ายและกลุ่มหลังเป็นข้างขวา ซึ่งข้างขวาก็กล่าวหาว่าข้างซ้ายเป็นคอมมิวนิสต์ที่มีแผนจะเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศ ขณะที่ข้างซ้ายก็มองว่าข้างขวาเป็นประเภทซากเดนเผด็จการระบอกศักดินาอะไรประมาณนั้น ความขัดแย้งดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้มาถึงขั้นแตกหักเมื่อจอมพลถนอมได้พยายามเดินทางกลับเข้าประเทศโดยบวชเป็นสามเณรเตรียมเผ่านาบวชเป็นพระภิกษุ ซึ่งทาง "ข้างซ้าย" มีศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งเมืองไทยเป็นแกนนำได้ประท้วงคัดค้าน สื่อมวลชนของทางข้างขวาได้ฉวยโอกาสออกข่าวว่าการแสดงละครประท้วงที่ลานโพธิ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มีการระดมมวลชนข้างตนจนบานปลายเป็นเหตุให้บรรดา